Main Menu
Home
ข่าวประชาสัมพันธ์
ความรู้สุขภาพ
รายการแผ่นพับที่ให้บริการ
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอรับบริการ
ติดต่อสอบถาม
Administrator
Polls
โปรดร่วมให้คะแนน Website
 
Visitors Counter
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday891
mod_vvisit_counterYesterday1752
mod_vvisit_counterThis week8183
mod_vvisit_counterThis month38664
mod_vvisit_counterAll986341

ธาลัสซีเมีย

 

ธาลัสซีเมีย

เรียบเรียงโดย
รศ.นพ.อิศรางค์ นุชประยูร
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ธาลัสซีเมีย คืออะไร?
ธาลัสซีเมียคือความผิดปกติของเลือดชนิดหนึ่งถ่ายทอดทางพันธุกรรม อาจมีโลหิตจางซึ่งเรียกว่าโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย หรืออาจไม่มีอาการเรียกว่าธาลัสซีเมียแฝง ธาลัสซีเมียมีชนิดย่อยหลายชนิด เช่น ชนิดเบต้า (beta-thalassemia) ชนิดอัลฟา ชนิดอี (Hemo-globin E) ชนิดเอชเป็นต้น แต่ละชนิดมีความรุนแรงต่างๆกัน
ผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียที่รุนแรงมาก เช่น ชนิดเบต้า และอี-เบต้า จะสร้างเม็ดเลือดแดงผิดปกติที่สลายตัวง่าย ทำให้เลือดจาง ดูซีด เหนื่อยง่าย เจริญเติบโตช้า ผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียที่รุนแรงน้อย เช่น ชนิดเอช อาจมีเลือดจางเพียงเล็กน้อย หรือไม่มีอาการ แต่นานๆครั้งจะมีอาการซีดลงรวดเร็วเป็นพักๆ และหายเองได้ เป็นต้น



โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย มิใช่โรคมะเร็งแต่เป็นโรคเรื้อรังประจำตัวเด็ก ต้องให้การดูแลรักษาไปตลอดชีวิต บางคนอาจมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้

โรคหิตจางธาลัสซีเมีย รักษาอย่างไร ?
เด็กที่เป็นโรคโลหิตจากธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง สามารถรักษาให้ดีได้ โดยการให้เลือดให้มากพอและให้ยาขับเหล็ก การให้เลือดจากผู้บริจาคโลหิตแก่เด็กที่ป่วยด้วยโรคนี้เป็นประจำทุก 3-4 สัปดาห์จะป้องกันไม่ให้เด็กมีโลหิตจางและหยุดการสร้างเลือดที่ผิดปกติได้ เด็กจะแข็งแรงเจริญเติบโตเป็นปกติได้ แต่ต้องมาโรงพยาบาลสม่ำเสมอตลอดชีวิต เพื่อรับการให้เลือดแบบนี้
การให้เลือดเป็นประจำจะทำให้ธาตุเหล็กสะสมมากเกินไป เด็กที่รักษาแบบนี้ จะต้องได้รับยาขับธาตุเหล็กออกจากร่างกายเป็นประจำ อาจทำโดยการฉีด “ยาขับธาตุเหล็ก” เองตลอดคืนที่บ้านสัปดาห์ละ 3-5 วัน หากควบคุมธาตุเหล็กไม่ให้สะสมได้ เด็กจะเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่และมีชีวิตยืนยาวได้ใกล้เคียงคนปกติ
สำหรับเด็กที่เป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียชนิดไม่รุนแรง ไม่จำเป็นต้องให้เลือดเป็นประจำ จะได้ไม่มีปัญหาธาตุเหล็กเกิน จะให้เลือดก็ต่อเมื่อซีดกว่าเดิมเป็นครั้งคราว หรือเมื่อมีอาการเหนื่อย บางทีการผ่าตัดม้ามออก อาจทำให้อาการดีขึ้นได้

โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย รักษาหายขาดได้หรือไม่ ?
เด็กที่เป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง อาจรักษาหายขาดได้โดยการปลูกถ่ายไขกระดูก หรือการปลูกถ่ายสเตมเซลล์ แต่การด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงนี้ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับทุกคน เพราะว่าการปลูกถ่ายไขกระดูกจะทำสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อมีผู้บริจาคไขกระดูกหรือสเตมเซลล์ที่มีหมู่เลือด “เอชแอลเอ” ตรงกับผู้ป่วย หากเด็กที่เป็นธาลัสซีเมียมีพี่น้องคนใดคนหนึ่งที่มี “เอชแอลเอ” ตรงกับเขาก็อาจรักษาได้ด้วยวิธีการปลูกไขกระดูก และอาจทำให้หายขาดจากโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย ไม่ต้องให้เลือดอีกเลย ไม่ต้องฉีดยาขับเหล็กไปตลอดชีวิต แต่หากไม่มีผู้บริจาคที่เหมาะสม การปลูกถ่ายไขกระดูกย่อมไม่สำเร็จ เสี่ยงต่อผลข้างเคียงมากจึงไม่แนะนำให้ทำ

เราจะป้องกันมิให้ลูกหลานเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียได้อย่างไร ?
ธาลัสซีเมียเป็นโรคพันธุกรรม ผู้ป่วยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียย่อมเกิดจากพ่อแม่ที่มีภาวะธาลัสซีเมียแฝง ภาวะธาลัสซีเมียแฝงนั้นมิใช่โรค ผู้ที่มีธาลัสซีเมียแฝงเป็นคนปกติและไม่ทำให้โลหิตจาง พวกเราชาวไทยและคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำนวนมาก ล้วนมีภาวะธาลัสซีเมียแฝงแบบใดแบบหนึ่งอยู่ในยีนของเรา เชื่อกันว่ายีนธาลัสซีเมีย มีส่วนทำให้บรรพบุรุษเราอยู่รอดจากโรคภัยไขเจ็บ เช่น โรคมาลาเรีย ที่แพร่ระบาดในภูมิภาคนี้ ในสมัยที่การแพทย์ยังไม่เจริญมาได้จนถึงทุกวันนี้
หากท่านมีธาลัสซีเมียแฝง อย่าได้กังวลใจ ก่อนมีบุตรให้พาคู่ของท่านไปตรวจว่ามีธาลัสซีเมียแฝงหรือไม่ ถ้ามีธาลัสซีเมียแฝงทั้งคู่ก็สามารถมีบุตรได้ แต่ต้องปรึกษาสูติแพทย์ที่รู้เรื่องธาลัสซีเมียเพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจก่อนคลอด เพื่อให้แน่ใจว่าบุตรที่จะคลอดออกมาจะปลอดจากโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย หากคู่ใดมีธาลัสซีเมียแฝงแค่เพียงคนเดียว บุตรจะไม่มีโอกาสเป็นโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงได้เลย สามารถมีบุตรได้ตามปกติ

 

ท่านสามารถสอบถามและเรียนรู้เกี่ยวกับธาลัสเพิ่มเติมได้จาก
มูลนิธิโรคโลหิตจางธาลัสซีเมียแห่งประเทศไทย
www.thalassemia.or.th หรือติดต่อที่ ชมรมธาลัสซีเมีย
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โทร. 02-256-4949 ในเวลาราชการ

 

 

อย่าลืม !
ความสำคัญอยู่ที่การตรวจ
พันธุกรรมโรคธาลัสซีเมียของคู่สมรส
ก่อนที่จะแต่งงานและมีบุตร

 

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >

ดูแลข้อมูลโดย : หน่วยสุขศึกษา ฝ่ายผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย