Home arrow เอกสาร วารสาร arrow การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย
Sunday, 20 April 2014
 
 
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย Print
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย
Minimally Invasive Surgery for Knee Replacement
รศ.นพ.อารี ตนาวลี
ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 


ความเป็นมา

การรักษาผู้ป่วยที่มีโรคของข้อเข่าในระยะท้าย โดยวิธีผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (knee replacement) ได้ถูกนำมาใช้มาเป็นเวลาราว 30 ปี เพื่อทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมามีความสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น ในระยะแรกผลการรักษาด้วยการเปลี่ยนข้อเข่าชนิดทั้งข้อ ได้ผลดีกว่าชนิดที่เปลี่ยนเพียงซีกเดียว แต่จากความเข้าในเรื่องข้อเทียมและวิธีทำการผ่าตัดมากขึ้น ทำให้ในปัจจุบันนี้ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งชนิดทั้งข้อและเพียงซีกเดียว มีความทนทานในการใช้งานยาวนานมากกว่า 15 ปี


รู้จักข้อเข่า การเปลี่ยนข้อเข่าเทียม และชนิดของข้อเข่าเทียม

ข้อเข่าประกอบไปด้วย 3 ส่วนที่สำคัญ คือ ข้อส่วนบน เป็นบริเวณปลายสุดของกระดูกต้นขาที่เรียกว่า ฟีเมอร์ (femur) ซึ่งมีลักษณะบานออกมาเป็นฐานนูน 2 ฐาน ข้อส่วนล่าง เป็นบริเวณบนสุดของกระดูกหน้าแข้งที่เรียกว่า ทิเบีย (tibia) ซึ่งมีลักษณะเป็นแป้นรับกับกระดูกชิ้นบน โดยมีหมอนรองกระดูกช่วยรับแรงกระแทก และเพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อ ด้านหน้าของข้อเข่ามีกระดูกลักษณะกลมบาง ที่เรียกว่ากระดูกสะบ้า (patella) ซึ่งกลไกการทำงานของข้อเข่า เป็นการเคลื่อนไหวในทิศทางเหยียด และงอเป็นหลัก

เมื่อกล่าวถึงการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม หรือที่มักเรียกกันว่าเปลี่ยนสะบ้าเทียมนั้น คือการเปลี่ยนผิวข้อเทียมทั้งข้อ ซึ่งบางครั้งแพทย์เรียกทับศัพท์ว่า โททัลนี (total knee replacement) เป็นการผ่าตัดเอาผิวข้อทั้งส่วนบนทั้งหมด และผิวข้อส่วนล่างทั้งหมด เพื่อเอาส่วนของกระดูกที่อักเสบเสื่อมหรือตายออก โดยความหนาของกระดูกที่เอาออกจะไม่เกิน 1 เซ็นติเมตร แล้วแทนที่ด้วยข้อเทียมเป็นชุด ในการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อนี้ แพทย์ส่วนใหญ่จะทำการเปลี่ยนผิวสะบ้าเทียมให้ใหม่ด้วย วัสดุที่ใช้เป็นข้อเทียมประกอบด้วย ข้อเทียมส่วนบนเป็นฝาครอบโลหะ ที่มีความทนทานในการใช้งาน ข้อเทียมส่วนล่างเป็นแป้นโลหะที่แข็งแรงใกล้เคียงกับกระดูก และมีพลาสติกซึ่งต้องเป็นชนิดที่มีเนื้อแข็งแรงเป็นพิเศษ และไม่เป็นพิษต่อเนื้อเยื่อ ทำหน้าที่เป็นทั้งผิวข้อและหมอนรองกระดูก ส่วนผิวสะบ้าเทียมเป็นชิ้นพลาสติกเนื้อแข็งเช่นกัน


การเปลี่ยนข้อเข่าอีกชนิดหนึ่งมีความแตกต่างจากการเปลี่ยนข้อเข่าทั้งข้อที่กล่าวมาแล้วคือ การเปลี่ยนผิวข้อเฉพาะส่วน ซึงเปลี่ยนผิวข้อเพียงซีกด้านในหรือซีกด้านนอกของข้อ ที่เป็นบริเวณรับน้ำหนักเข่าเท่านั้น และไม่มีการเปลี่ยนผิวของกระดูกสะบ้า ซึ่งเรียกว่าการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว (unicompartmental knee arthroplasty) บางครั้งแพทย์เรียกทับศัพท์ว่า ยูนินี (uni knee) ส่วนวัสดุที่ใช้ในข้อเข่าเทียมชนิดซีกเดียวมีคุณสมบัติเช่นเดียวกับข้อเข่าเทียมชนิดทั้งข้อ

ความแตกต่างระหว่างการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว กับข้อเข่าเทียมทั้งข้อ คือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อซีกเดียวเป็นการทำผ่าตัดที่จำกัดอยู่เฉพาะซีกใน หรือซีกนอกของข้อเข่าเท่านั้น จึงสามารถผ่าตัดใส่ข้อเทียมได้โดยใช้แผลขนาดเล็กกว่าการเปลี่ยนทั้งข้อ ความหนาของผิวกระดูกที่ตัดออกไปน้อยกว่าการเปลี่ยนข้อทั้งข้อ และเอาออกเพียงซีกเดียว นอกจากนี้ การผ่าตัดข้อเข่าซีกเดียว ยังไม่มีการเอาเส้นเอ็นไขว้ภายในข้อออก จึงทำให้เสียเลือดจากการผ่าตัดน้อยกว่า และข้อเข่ามีความมั่นคงและเป็นธรรมชาติสูงมากเมื่อเทียบกับการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ อย่างไรก็ตาม การเลือกผู้ป่วยที่มีความเหมาะสมกับการเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียวมีความสำคัญมาก ดังรายละเอียดที่จะกล่าวต่อไป

ภาพซ้าย : ภาพวาดแสดงข้อเข่าที่ปกติ สังเกตได้ว่ามีผิวข้อที่มีลักษณะเรียบ และไม่สึก
ภาพขวา :ภาพวาดแสดงข้อเข่าที่อักเสบเสื่อม สังเกตได้ว่ามีผิวข้อที่มีลักษณะขรุขระ ไม่เรียบ และผิวบางส่วนสึกหรอ

ภาพซ้าย :ภาพวาดแสดงการเปลี่ยนผิวข้อเข่าทั้งข้อ ( total knee arthroplasty) แต่ไม่ได้แสดงส่วนของลูกสะบ้า
ภาพขวา :ภาพวาดแสดงการเปลี่ยนผิวข้อเข่าซีกเดียว (unicompartmental knee arthroplasty) ซึ่งการตัดกระดูกน้อยกว่าการเปลี่ยนชนิดแรก และไม่มีการเปลี่ยนผิวของลูกสะบ้า


เมื่อใดที่ควรได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ?

ผู้ป่วยกลุ่มที่ควรได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ คือพวกที่มีข้อเข่าเสื่อมหรืออักเสบในระยะท้าย มีอาการเจ็บปวดบริเวณข้อเข่าอย่างชัดเจนและมาก และเมื่อเคลื่อนไหวก็จะทวีความเจ็บปวด จนทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันอย่างปกติได้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีข้อเข่าโก่ง หรือขาเกอย่างมาก ภาพถ่ายเอ็กซเรย์ของผู้ป่วยจะแสดงความเสื่อม หรือสึกหรอของกระดูก หรือผิดรูปร่างบริเวณข้ออย่างชัดเจน ซึ่งเคยรับการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ เช่น การทานยา หรือการทำกายภาพบำบัดก็ยังไม่ได้ผล

การรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อในระยะที่ผู้ป่วยยังมีสภาพร่างกายที่แข็งแรงอยู่มักได้ผลดี หากปล่อยให้โรคที่เป็นมากพอดำเนินต่อไปเป็นเวลานาน ทำให้กำลังกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าน้อยลงอย่างต่อเนื่อง และผู้ป่วยอาจมีสุขภาพถดถอยลงด้วย ซึ่งทำให้ผลการรักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในระยะที่ช้าเกินไปนี้ได้ผลไม่ดีเท่าที่ควรได้

 


เมื่อใดที่ควรได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว?

ผู้ป่วยกลุ่มที่ควรได้รับการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว เป็นผู้มีการเสื่อมอักเสบของข้อเข่าน้อยกว่ากลุ่มที่ต้องเปลี่ยนทั้งข้อ คือการอักเสบเสื่อมอยู่ในระยะกลางขึ้นไป และต้องมีข้อเข่าซีกในหรือซีกนอกเป็นส่วนที่มีการอักเสบเสื่อมเฉพาะ การโก่งหรือเกผิดรูปร่างของข้อเข่าก็ไม่ควรเป็นมาก และพออนุโลมได้ว่า ถ้าหากมีการเสื่อมอักเสบของบริเวณอื่นที่ไม่ได้เตรียมจะเปลี่ยนผิวข้อเทียมนั้น ควรมีการอักเสบเสื่อมที่น้อย และภาพถ่ายเอกซเรย์ควรมีความเปลี่ยนแปลงที่เข้าได้กับอาการของผู้ป่วย

เนื่องจากการผ่าตัดชนิดนี้เป็นการผ่าตัดเฉพาะบริเวณที่มีปัญหาจริง ๆ ดังนั้นถ้าการวินิจฉัยไม่ถูกต้อง จะทำให้ผลการผ่าตัดไม่ดีได้ ซึ่งในอดีต สาเหตุใหญ่ข้อหนึ่งที่ทำให้ผลการผ่าตัดไม่ดีก็คือ การเลือกผู้ป่วยที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นในการเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม ควรกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ผู้ป่วยที่เป็นโรคข้ออักเสบทั้งข้อ เช่น รูมาตอยด์ (rheumatoid arthritis) เป็นกลุ่มที่ไม่ควรทำผ่าตัดวิธีนี้ เพราะจะทำให้ไม่หายปวด


วิธีผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดดั้งเดิมเป็นอย่างไร?

วิธีผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดดั้งเดิม เป็นการทำผ่าตัดที่ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ทั่วโลกปฏิบัติกันมาราว 30 ปี โดยยอมรับกันว่าบาดแผลผ่าตัดที่บริเวณเข่าต้องมีขนาดใหญ่ (ประมาณ 17-20 เซนติเมตร) และต้องตัดกล้ามเนื้อที่ใช้เหยียดข้อเข่า (quadriceps) เพื่อทำให้การทำงานบริเวณกระดูกข้อเข่าที่อยู่ลึกลงไปเป็นไปโดยสะดวกและง่าย เมื่อผู้ป่วยได้รับการผ่าตัดเสร็จแล้ว แพทย์จะสั่งให้ผู้ป่วยนอนราบอยู่บนเตียงตลอดเวลาเป็นเวลาตั้งแต่ 2-7 วัน แพทย์ส่วนใหญ่จะอนุญาตให้ผู้ป่วยเริ่มนั่ง และเริ่มเดินในวันที่ 3 หลังจากการผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยยังมีความลำบากในการเหยียดและงอข้อเข่า เนื่องจากความระบมจากการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อที่ต้องถูกตัดในขณะผ่าตัด ทำให้จำนวนวันที่ผู้ป่วยต้องอยู่ในโรงพยาบาลหลังจากได้รับการผ่าตัดอยู่ระหว่าง 6-10 วัน


ทำไมต้องมีการผ่าตัด (เปลี่ยนข้อเข่าเทียม) ชนิดใหม่?

การเปลี่ยนแปลงในเรื่องเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในทุก ๆ สาขาของวิทยาศาสตร์ประยุกต์ ทำให้เกิดการพัฒนาความรู้ต่าง ๆ รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีในทางการแพทย์ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดใหม่ คือทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย เริ่มต้นมาเกือบ 10 ปี แต่เพิ่งมีการเผยแพร่ประมาณปี 2000 นี้เอง โดยใช้สำหรับการเปลี่ยนข้อเข่าซีกเดียว จากความคิดที่ว่า ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าซีกเดียวอาจไม่ต้องมีแผลขนาดใหญ่เหมือนที่เคยทำอยู่ดังวิธีดั้งเดิม และสามารถทำผ่าตัดได้สำเร็จได้เป็นอย่างดี มีความชอกช้ำต่อเนื้อเยื้อน้อย นอกจากนี้พบว่าผู้ป่วยมีความเจ็บจากการผ่าตัดน้อยและสั้นลง สามารถพักฟื้นหลังจากการผ่าตัดได้อย่างรวดเร็ว และสามารถกลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นปกติได้เร็วกว่าผลการรักษาจากวิธีการผ่าตัดที่มีมาแต่ดั้งเดิม

ต่อมาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา (ปี 2002) จึงเกิดการพัฒนาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมทั้งข้อ ซึ่งก็พบว่าวิธีผ่าตัดชนิดใหม่นี้ก็ให้ผลที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีเช่นกัน กล่าวคือ มีความชอกช้ำต่อเนื้อเยื้อน้อย มีความเจ็บจากการผ่าตัดน้อยและสั้นลง สามารถพักฟื้นหลังจากการผ่าตัดได้อย่างรวดเร็ว

ภาพซ้าย : แสดงแผลผ่าตัดของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ ด้วยวิธีผ่าตัดชนิดดั้งเดิม
ภาพกลาง : แสดงแผลผ่าตัดของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ ด้วยวิธีเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย
ภาพขวา : แสดงแผลผ่าตัดของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว ด้วยวิธีเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย


 

รู้จักการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย
(Minimally Invasive Surgery for Knee Replacement or Arthroplasty)

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย ซึ่งขอเรียกสั้น ๆ ว่าวิธี MIS คือเทคนิคการผ่าตัดวิธีใหม่ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีดั้งเดิม ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมทั้งข้อ หรือการเปลี่ยนข้อเทียมซีกเดียว และเมื่อเปรียบเทียบกับวิธีดั้งเดิมแล้ว วิธี MIS ทำให้เกิดผลที่แตกต่างดังต่อไปนี้

  • เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยกว่า
  • แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่า
  • ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่า (ผู้ป่วยสามรถลุกขึ้นยืนได้ในวันรุ่งขึ้นหลังจากผ่าตัด)
  • เสียเลือดโดยรวมน้อยกว่า
  • จำนวนวันนอนพักในโรงพยาบาลน้อยวันกว่า (ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ภายใน 3 วัน หลังจากผ่าตัด)
  • ผู้ป่วยสามารถกลับมาทำงานและกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น

 


 

การผ่าตัดชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยเป็นการผ่าตัดชนิดเดียวกับการผ่าตัดใช้กล้องหรือไม่?

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย ต่างกับการผ่าตัดใช้กล้องอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากการผ่าตัดใช้กล้อง เป็นการผ่าตัดที่มีข้อจำกัด เหมาะสมหรับทำผ่าตัดภายในข้อที่เป็นบริเวณจำกัด และไม่สามารถใส่วัสดุการแพทย์ชิ้นใหญ่ ๆ ผ่านกล้องเข้าไปในข้อได้ ตัวอย่างการผ่าตัดใช้กล้องได้แก่ ผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกออก หรือผ่าตัดซ่อม หรือสร้างเส็นเอ็นไขว้ในข้อเข่า ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยมักเป็นกลุ่มที่มีอายุน้อยและเป็นอุบัติเหตุจากการเล่นกีฬา ส่วนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียม (โดยวิธีดั้งเดิม หรือวิธีเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย) มักทำในผู้สูงอายุ และต้องใส่ข้อเทียม ซึ่งมีขนาดใหญ่เข้าไปในข้อเข่า จึงทำให้ไม่สามารถทำผ่าตัดผ่านรูกล้องเล็ก ๆ ได้ การผ่าตัดเพื่อใส่ข้อเทียมชนิดใหม่ จึงมีการพัฒนาการเป็นการผ่าตัดไปในทิศทางที่ทำให้บาดแผลขนาดเล็กลง และแนวที่ลงมีดกรีดเนื้อเยื่อภายในต้องตัดผ่านกล้ามเนื้อให้น้อยที่สุด และทำให้เนื้อเยื่อชอกช้ำน้อยที่สุด


ผู้ป่วยรายใดเหมาะกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย?

ผู้ป่วยทุกรายที่จะเข้ารับการทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมต้องมีข้อบ่งชี้ในการทำผ่าตัดก่อนเสมอ ซึ่งมีรายละเอียดดังที่กล่าวในข้างต้นมาแล้ว การเลือกผู้ป่วยที่มีความเหมาะสมสำหรับการผ่าตัดชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย ควรมีลักษณะดังนี้ มี ความผิดรูปไม่มาก เช่น เข่าโก่ง หรือขาเกไม่เกิน10 องศา (โดยการตรวจของแพทย์) ข้อเข่าไม่ควรมีอาการติดขัดอย่างชัดเจน หรืองอได้น้อย รูปร่างผู้ป่วยควรไม่อ้วนอย่างเห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่จะรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดซีกเดียว นอกจากต้องมีคุณบัติดังที่กล่าวมาแล้ว ยังควรมีข้อเข่าที่มั่นคง และไม่แกว่ง หรือเคลื่อนตัวในทิศทางผิดปกติ


ข้อเข่าเทียมจากการผ่าตัดวิธีใหม่เป็นอย่างไร และมีความทนทานเพียงใด?
เนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมวิธีใหม่ เป็นเพียงการเปลี่ยนเทคนิคในการทำผ่าตัดเพื่อทำให้เนื้อเยื่อมีการบาดเจ็บน้อยกว่าวิธีดั้งเดิม จึงมีความแตกต่างจากวิธีดั้งเดิมเพียงเรื่องของทางเข้าและออกสู่ข้อเข่าเท่านั้น ข้อเข่าเทียมที่ใส่เข้าในตัวผู้ป่วย เป็นข้อชนิดเดียวกับที่ใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับการทำผ่าตัดชนิดวิธีดั้งเดิม การตั้งมุมแนวตัดกระดูก และเทคนิคในการใส่ข้อเทียมก็ใช้หลักการเดียวกัน จึงทำให้ผลการรักษาในระยะยาว โดยเฉพาะความทนทานของข้อเทียมจะมีความยาวนานไม่มีความแตกต่างจากข้อเข่าเทียมที่ใช้โดยวิธีดั้งเดิม ทั้งนี้ใส่ข้อเข่าเทียมที่นิยมใช้ และมีความทนทานที่สุดคือชนิดใช้สารยึดกระดูก
 

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยมีกี่ชนิด?

วิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิด MIS แยกย่อยออกเป็น 2 วิธี คือ

1. วิธีไม่ตัดกล้ามเนื้อเหยียดข้อเข่า (Quadriceps Sparing Knee Replacement)

เป็นวิธีผ่าตัดที่มีแผลผ่าตัดขนาดเล็กด้านหน้าข้อเข่า ประมาณ 6- 8 เซนติเมตร สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียว และ 8-10 เซนติเมตร สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ เป็นวิธีที่ทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยที่สุด และผู้ป่วยเดินได้เร็วที่สุด เนื่องจากแผลด้านหน้าเป็นเพียงการตัดเข้าไปตามแนวของเส้นเอ็นของกล้ามเนื้อที่เหยียดข้อเข่า (quadriceps) แต่ไม่มีการตัดกล้ามเนื้อ แล้วตรงเข้าสู่ข้อเข่าเพื่อทำการเตรียมผิวกระดูกและใส่ข้อเข่าเทียม เนื่องจากเป็นการตัดตามแนวของเส้นเอ็นและไม่ได้ตัดส่วนของกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับวิธีอื่น ๆ

ภาพคู่ซ้าย : เปรียบเทียบแผลผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ซึ่งเข้าสู่ข้อเข่าจากบาดแผลด้านหน้า ด้วยวิธี MIS quadriceps sparing ที่มีขนาดสั้น กับวิธีดั้งเดิมที่มีขนาดยาว
ภาพคู่ขวา : เปรียบเทียบแผลผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมซีกเดียวด้วยวิธี MIS quadriceps sparing ยาว 6 ซม. กับการผ่าตัดวิธีดั้งเดิมชนิดเปลี่ยนทั้งข้อ ยาว 18 ซม.ในผู้ป่วยจริง

2. วิธีทำให้ขนาดแผลเล็กลง (MIS Mini-Incision Knee Replacement)

เป็นวิธีผ่าตัดที่มีแผลเดียว แต่มีขนาดใหญ่ขึ้น (ประมาณ 11-13 เซนติเมตร) มีหลักการคล้ายวิธีผ่าตัดดั้งเดิม คือต้องตัดเข้าไปในกล้ามเนื้อที่ใช้ในการเหยียดข้อเข่าก่อน แต่ลดขนาดความยาวของบาดแผลทั้งภายนอกและภายใน ทำให้มีขนาดความยาวประมาณ 70-80% ของความยาวจากวิธีดั้งเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีดั้งเดิม ถึงแม้วิธีนี้จะเรียกเป็นวิธีทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยก็ตาม แต่ก็ยังทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อมากกว่าวิธี MIS quadriceps sparing เมื่อนำผลการผ่าตัดวิธี MIS mini-incision มาเปรียบเทียบกับวิธีดั้งเดิม พบว่า มักได้ผลการรักษาดีกว่าวิธีดั้งเดิม แต่ก็ยังดีไม่เท่ากับวิธี MIS quadriceps sparing

 

ภาพซ้าย : แสดงแผลผ่าตัดของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ ด้วยวิธี MIS Quadriceps Sparing Knee Replacement ซึ่งมีขนาดแผลยาว 9 เซ็นติเมตร
ภาพขวา : แสดงแผลผ่าตัดของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมทั้งข้อ ด้วยวิธี MIS mini-incision
ซึ่งมีขนาดแผลยาว 11.5 เซนติเมตร

ภาพซ้าย : เอ็กซเรย์แสดงข้อเข่าเทียมทั้งข้อ ด้วยวิธี MIS Quadriceps Sparing ซึ่งมีขนาดแผลยาวเท่ากับแนวเย็บไหมโลหะ
ภาพขวา :
เอ็กซเรย์แสดงข้อเข่าเทียมซีกเดียว ด้วยวิธี MIS Quadriceps Sparing ซึ่งมีขนาดแผลยาวเท่ากับแนวเย็บไหมโลหะแต่สั้นกว่าภาพซ้าย


 

เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการผ่าตัดวิธีใหม่และเก่า

ดังที่ทราบแล้วว่า วิธีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิด MIS แยกย่อยออกเป็น 2 วิธี โดยวิธี MIS Quadriceps sparing ทำให้เกิดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อน้อยกว่าวิธี MIS mini-incision
การเปรียบเทียบระหว่างวิธี MIS Quadriceps sparing และวิธีดั้งเดิมจึงมีความแตกต่างที่ชัดเจนดังที่เทียบในตารางต่อไปนี้

รายละเอียด
วิธีเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย
MIS Quadriceps Sparing*
วิธีดั้งเดิม
Conventional method
ขนาดแผล ขนาดแผล ข้อเข่าซีกเดียว 6-8 ซม.
ข้อเข่าทั้งข้อ 8-10 ซม.
ข้อเข่าซีกเดียว 14-17 ซม.
ข้อเข่าทั้งข้อ 17-20 ซม.
การตัดกล้ามเนื้อ ไม่ตัดกล้ามเนื้อ ตัดตามแนวกล้ามเนื้อเหยียดขา
ชนิดข้อเข่าเทียม ใช้สารยึดกระดูก ใช้สารยึดกระดูก
การเสียเลือด มักเสียเลือดน้อยกว่าวิธีดั้งเดิม ประมาณ 400- 800 ซีซี
ระยะเวลาปวดมากหลังการผ่าตัด ไม่เกิน 18-24 ชม. ไม่เกิน 48-72 ชม.**
การเริ่มเดิน 12-24 ชม. หลังการผ่าตัด 2.5-7 วัน หลังการผ่าตัด**
วันนอนในโรงพยาบาล ภายใน 3 วัน หลังการผ่าตัด ภายใน 6-10 วัน หลังการผ่าตัด**
กำลังกล้ามเนื้อ
เหยียดข้อเข่าได้ จนได้มุม 45
เหยียดข้อเข่าได้ จนตรง
24 ชม. หลังการผ่าตัด
48 ชม หลังการผ่าตัด
4-5 วัน หลังการผ่าตัด
5-6 วัน หลังการผ่าตัด
หมายเหตุ: *อ้างอิงจากประสบการณ์ของผู้เขียนที่ทำผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมผู้ป่วยในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
  **อ้างอิงจากแนวทางการให้การดูแลผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดดั้งเดิมในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

 

 


สรุป

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นนวัตกรรมทางการแพทย์สาขาออร์โธปิดิกส์ ที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีความทุกข์ทรมานจากโรคของข้อเข่ากลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้งหนึ่ง วิธีผ่าตัดแบบดั้งเดิมได้รับความนิยมเป็นเวลานาน แต่เมื่อมีการพัฒนาการผ่าตัดแทบทุกชนิดเป็นวิธีที่ทำให้เนื่อเยื่อบาดเจ็บน้อย การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมชนิดทั้งข้อ หรือซีกเดียวด้วยวิธีเนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย ก็เป็นความก้าวหน้าในทางการแพทย์สาขาออร์โธปิดิกส์อีกมิติหนึ่ง ที่ส่งผลให้ผู้ป่วยเกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อผู้ป่วยอย่างเด่นชัด จนทำให้เกิดความตื่นตัวทั้งในหมู่ผู้ป่วย และแพทย์ผู้รักษาที่จะเลือกวิธีรักษาชนิดนี้ โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา

 

 
< Prev   Next >
 
 
Top! Top!