โครงการก่อสร้างอาคาร

เจ้าของโครงการ

โครงการก่อสร้างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

(อาคารรักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติ ฯและศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์)

เจ้าของโครงการ : สภากาชาดไทย

20

21

 

ที่มาและความจำเป็น

22

 

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ถือกำเนิดด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า และพระราชโอรส พระราชธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่โปรดเกล้า ฯ ให้จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2457เพื่อเป็นถาวรประโยชน์และเป็นอนุสาวรีย์เฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระบรมชนกนาถ ดั่งพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ในคราวเสด็จ ฯ เปิดโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ความว่า



“..หวังใจว่าโรงพยาบาลนี้ซึ่งเกิดขึ้นด้วยความคิดความปรารถนาของเราพี่น้องด้วยกัน คงจะได้ทำการเป็นคุณเป็นประโยชน์สมความมุ่งหมายและสมความศรัทธาของพวกเราทั้งหลายที่เป็นผู้ลงทุน

ทั้งหวังใจว่าจะเป็นการแผ่เกียรติคุณของกรุงสยามว่าในการบัดนี้เราไม่น้อยหน้าผู้ใดและปรากฏกิติศัพท์เล่าลือว่า .... มีผู้สามารถพอที่จะรับจัดการรักษาพยาบาลคนไข้ให้เจริญไปได้ ทั้งจะเป็นประโยชน์แก่อาณาประชาชน

...... สิ่งใดเป็นประโยชน์แก่ประชาชนก็เท่ากับเป็นประโยชน์แก่ตัวเราเอง เพราะถ้าผู้ที่เป็นไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินได้ความสุขแล้ว ก็เหมือนตัวเราได้รับความสบาย..... ”

ในปี พ.ศ. 2490 คณะแพทยศาสตร์ได้ก่อกำเนิดขึ้นตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเพื่อการผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพ ต่อมาในปีพ.ศ.2510 คณะแพทยศาสตร์จึงได้รับการโอนย้ายไปสังกัดจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเพื่อการเข้าสู่ระบบการศึกษาและวิชาการเต็มรูปแบบ และจากนั้นเป็นต้นมา ด้วยพระราชปณิธานของล้นเกล้า ฯ ทั้งสองพระองค์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เปรียบเสมือนองค์กรเดียวกัน จึงได้มุ่งมั่นที่จะเป็น “ โรงพยาบาลที่ทันสมัย มีความเป็นเลิศในด้านการบริการ เป็นองค์กรที่สามารถผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพ ได้รับการยอมรับว่าเป็นสถาบันด้านวิชาการและการวิจัยชั้นนำของอาเซียน ” โดยร่วมกันพัฒนาอย่างเข้มแข็งในทุกด้านตลอดมา อาทิ การพัฒนารูปแบบการบริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยก้าวหน้า การสร้างนวัตกรรมและพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ การพัฒนาระบบสนับสนุนบริการ การพัฒนาระบบบริหารจัดการ การพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาสภาพแวดล้อม จนสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ๆให้เกิดขึ้นในวงการแพทย์และสาธารณสุข เป็นที่ประจักษ์ของสาธารณชนมาอย่างต่อเนื่อง อันนำมาสู่การเพิ่มขึ้นของจำนวนพื้นที่บริการ จำนวนอาคาร ทั้งอาคารเพื่อการรักษาพยาบาล อาคารสำหรับระบบสนับสนุนบริการ และอาคารเพื่อการบริหารจัดการ จนในปัจจุบันมีจำนวนอาคารทั้งหมด 98 หลัง เป็นอาคารที่ใช้เพื่อกิจการของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์โดยตรง 66 หลัง อาคารที่อยู่ในการดูแลของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 19 หลัง และยังมีอาคารที่ใช้ในกิจการต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับสภากาชาดไทยซึ่งตั้งอยู่ในเขตพื้นที่เดียวกันอีก 13 หลัง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากระบวนการพัฒนาที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาจะนำมาสู่ความก้าวหน้า แต่โครงสร้างทางกายภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทำให้เกิดความแออัดของอาคาร ความขาดแคลนพื้นที่ว่างและพื้นที่สีเขียว การขาดการจัดระเบียบพื้นที่ (Zoning) โครงสร้างอาคารที่ไม่รองรับต่อความต้องการใช้สอยที่มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น หน่วยบริการกระจัดกระจาย ช่องทางเดินและการขนส่งคับแคบ ประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานที่มีมานานกว่า 90 ปี เช่น ระบบท่อประปา เริ่มชำรุดเสียหายและยากต่อการซ่อมแซม ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาที่จำเป็นในปัจจุบันและอนาคต ทำให้การพัฒนาศูนย์บริการทางการแพทย์และการศึกษาวิจัยที่เป็นเลิศ การเสริมสร้างคุณภาพการบริการให้แก่ผู้ป่วย การเพิ่มพูนประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรบุคคลและอุปกรณ์เครื่องมือ การดำเนินการพัฒนาอาคารสถานที่และรูปแบบการบริการให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นไปด้วยความยากลำบาก

นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานหนึ่งของสภากาชาดไทย โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ถือเป็นภารกิจสำคัญที่จำเป็นต้องดำเนินการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์สาธารณภัยและอุบัติภัยฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความพร้อมทางด้านการแพทย์และการพยาบาล อุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย และสถานที่ที่เหมาะสมเพียงพอสำหรับการรองรับการรักษาดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง 

ในระยะ 6-7 ปีที่ผ่านมา ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านระบบสุขภาพของประเทศไทย โดยเกิดการพัฒนาแบบคู่ขนาน มีการขยายระบบประกันสุขภาพของรัฐ คือ ระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า (โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค) และระบบประกันสังคม ในขณะเดียวกันโรงพยาบาลเอกชน และระบบประกันสุขภาพเอกชนมีการขยายตัว ทำให้จำนวนผู้ป่วยสามัญลดลง แต่จำนวนผู้ป่วยที่คาดหวังการบริการทางสุขภาพและการบริการทั่วไปที่มีมาตรฐานสูงขึ้น ต้องการความสะดวกสบายในการบริการ เช่น ห้องพักผู้ป่วยประเภทห้องเตียงเดี่ยวมีมากขึ้น ทำให้โรงพยาบาลจำเป็นต้องปรับระบบการบริการและโครงสร้างกายภาพต่างๆเพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบของผู้ป่วยและความต้องการที่เปลี่ยนไป

ตามแผนกลยุทธ์ของสภากาชาดไทยที่ได้รับการร่างขึ้นในปีพ.ศ.2547 ในแผนที่ 1: ยุทธศาสตร์ การพัฒนาศักยภาพให้เป็นผู้นำด้านการบริการทางการแพทย์ที่เน้นคุณค่าชีวิตมนุษย์ และแผนที่ 2: ยุทธศาสตร์ ประสานการบริหาร ทรัพยากรการจัดการ ได้ระบุชัดถึงทิศทางการพัฒนาที่เป็นเอกภาพ ทั้งในด้านคุณภาพและศักยภาพของการรักษาพยาบาล ด้านประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการบริหารจัดการ ตลอดจนการให้ความสำคัญกับบุคลากรภายใน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในฐานะหน่วยงานหนึ่งของสภากาชาดไทย จึงได้จัดทำแผนกลยุทธ์และแผนดำเนินการที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของสภากาชาดไทยดังกล่าว เพื่อการพัฒนาร่วมกับสำนักงานต่างๆให้สามารถบรรลุสู่วิสัยทัศน์และเป้าหมายของสภากาชาดไทย

ในขณะที่คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาระดับสูง ทำหน้าที่ให้การศึกษาและฝึกอบรม แพทย์ แพทย์เฉพาะทาง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง ตลอดจนนิสิตระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพแขนงต่างๆ และยังเป็นสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ที่ได้สร้างนวัตกรรมจำนวนมากมายประดับวงการแพทย์ไทยมาโดยตลอดอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน และเป็นสถาบันทางการแพทย์สถาบันเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสารไทม์ (Time higher magazine) ติดต่อกันอย่างต่อเนื่องตลอดสามปีที่ผ่านมา
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นความเป็นเลิศในบางทิศทางที่องค์กรมีความพร้อมสูง และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาและความต้องการของประเทศ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ (Outcome) และผลกระทบ (Impact) ที่มีคุณค่าต่อสังคมไทย และต่อนานาชาติ จึงได้กำหนดแผนพัฒนาระยะกลาง และระยะยาวสำหรับการพัฒนา “ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ” (Excellency centers) ขึ้น คือ อาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์

ในแผนการพัฒนาดังกล่าว นอกจากจะต้องมีการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ยังต้องเตรียมความพร้อมด้านสถานที่และอุปกรณ์ครุภัณฑ์ที่มีความทันสมัย จึงนำสู่โครงการจัดสร้าง“อาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ”

นอกจากศูนย์ความเป็นเลิศดังกล่าวแล้ว ยังจำเป็นจะต้องพัฒนาศูนย์วิจัย ศูนย์บริการวิชาการ และหอผู้ป่วยและหอวิจัยที่สอดคล้องกับการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศควบคู่ไปด้วย สำหรับศูนย์วิจัยต่างๆที่สัมพันธ์และมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ศูนย์ความเป็นเลิศสามารถดำเนินการได้อย่างครบวงจร ได้แก่ ศูนย์วิจัยด้านสูงวัย ศูนย์วิจัยทางต่อมไร้ท่อและเมตะบอลิสม ศูนย์วิจัยด้านโรคติดเชื้อ ศูนย์วิจัยด้านตจวิทยา และศูนย์วิจัยโรคข้อ เป็นต้น

จากเหตุผลต่างๆ ข้างต้น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และคณะแพทยศาสตร์ ด้วยความร่วมมือจากคณาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงทำการกำหนดกลยุทธ์สำคัญประการหนึ่งที่จะต้องดำเนินการในปัจจุบัน คือ การพัฒนาแผนแม่บทด้านการใช้พื้นที่และการก่อสร้างอาคารรักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติ ฯ และอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อให้ได้ระบบอาคารสถานที่ที่เอื้อให้เกิดความคล่องตัวในการบริการและสามารถให้การบริการแบบองค์รวมที่มีคุณภาพแก่ผู้ป่วยที่เข้ารับบริการทั้งในสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ฉุกเฉิน

ที่สำคัญยิ่ง ประชาคมและคณะผู้บริหารของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระเมตตาขององค์บูรพกษัตริยาธิราชเจ้าแห่งสยามประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน พระบรมราชูปถัมภกสภากาชาดไทย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ตลอดจนคณะแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อย่างหาที่สุดมิได้ ประกอบกับในปีพุทธศักราช 2550 เป็นวโรกาสอันสำคัญยิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา เจ้าหน้าที่ทั้งสององค์กรจึงร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวที่จะปฏิบัติงานถวายเบื้องพระยุคลบาท ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ต่อการให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนชาวไทยทุกคนโดยไม่เลือกเชื้อชาติ ชั้น วรรณะ ศาสนา หรือลัทธิการเมือง ด้วยการจัดทำ“โครงการอาคารรักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติฯ และอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน

หลักการและเหตุผลหลักการและเหตุผลในการจัดสร้าง

23

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยได้เริ่มเปิดดำเนินการเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2457ตลอดระยะเวลาที่ให้บริการแก่ผู้ป่วยมายาวนานถึง 96 ปี ถึงแม้ว่าจะได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องมาตลอด แต่เนื่องจากปริมาณผู้มารับการรักษาพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ในปี พ.ศ. 2551 มีจำนวน 1,400,000 คน (ผู้ป่วยเก่า 1,018,149 คน ผู้ป่วยใหม่ 302,091 คน) โดยแบ่งออกเป็น “ผู้ป่วยนอก 1,320,240 คน ผู้ป่วนใน 51,187 คน) ดังนั้น โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการก่อสร้าง " อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ "(อาคารรักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ) ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่มาก (Mega Project) เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มาใช้บริการให้พอเพียงกับจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นอยู่เรื่อยๆ และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาทิ

ความไม่เป็นหมวดหมู่และปัญหาโครงสร้างอาคารรักษาพยาบาลที่กระจัดกระจาย ไม่เป็นบริการแบบเบ็ดเสร็จ(one-stop service) ซึ่งทำให้เสียเวลาในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและอาจเกิดความเสี่ยง หน่วยบริการที่ต้องเชื่อมโยงกันอยู่ห่างไกล ทั้งยังมีสภาพเก่า ทำให้การปรับปรุงเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีเป็นไปได้ยาก อีกทั้งยังขาดแคลนห้องพิเศษละขาดสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น

  • ความไม่เพียงพอและการกระจายของห้อง ICU และห้องผ่าตัด ที่มีห้อง ICU กระจายอยู่ตามตึกต่าง ๆ 14 แห่ง 99 เตียง และมีห้องผ่าตัดกระจายอยู่ในพื้นที่ 8 แห่ง 53 ห้อง ทำให้ไม่สามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการสิ้นเปลืองทรัพยากร อีกทั้งเครื่องมืออุปกรณ์ส่วนหนึ่งมีสภาพเก่า ยากต่อการปรับปรุง และไม่สามารถรองรับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทันสมัยได้
  • ห้องฉุกเฉินคับแคบและไม่สามารถให้บริการอย่างเต็มประสิทธิภาพเนื่องจากผ่านการใช้งานมานานมากกว่า 30 ปี และที่ตั้งของห้องฉุกเฉินอยู่ในอาคารที่มีโครงสร้างจำกัด ไม่สามารถปรับปรุงและขยายเพิ่มได้อีก
  • ห้องพักสำหรับผู้ป่วย ไม่มีเพียงพอที่จะสามารถรองรับผู้ป่วยพิเศษซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในหลายระดับได้ รวมถึงไม่มีห้องรับผู้ป่วยเพียงพอและพร้อมที่จะรองรับผู้ป่วยบางประเภท เช่น ผู้ถูกสารเคมี, SARS และจิตเวช ฯลฯ
  • ความจำกัดในการรองรับผู้ป่วยจากสาธารณภัย ภัยพิบัติ อุบัติภัย(Mass Casualty) ซึ่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความพร้อมด้านบุคลากรและแผนงานที่มีประสิทธิภาพสูงมาก
  • การจัดระเบียบพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน
  • การเสริมพื้นที่บริการให้แก่ผู้รับบริการและญาติได้แก่ ที่จอดรถ ร้านอาหาร ร้านค้าที่จำเป็น ห้องน้ำ พื้นที่นันทนาการ เป็นต้น
  • การพัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ การวิจัย การบริการซึ่งคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีศักยภาพสูงมาก โดยมีผลงานต่าง ๆ อาทิ Publication สูงที่สุด บุคลากรได้รางวัลระดับชาติ และนานาชาติในสัดส่วนสูง เครื่องมือเทคโนโลยีและความเป็นสภากาชาดไทย

ประธานอำนวยการประธานอำนวยการ

19

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

อุปนายิกาผู้อำนวยการสภากาชาดไทย

ทรงรับเป็น ประธานอำนวยการ

โครงการก่อสร้างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

( อาคารรักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติฯ และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ )

24

 

รายละเอียดเกี่ยวกับอาคาร

อาคารรักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติฯ /
ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

อาคารรักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ จะเป็น อาคารสูง 29 ชั้น ชั้นใต้ดิน 4 ชั้น และมีพื้นที่ใช้สอย รวมทั้งสิ้น 224,752.25 ตารางเมตร (อาคารรักษาพยาบาลรวม 172,889.25 ตารางเมตร และอาคารศูนย์ความเป็นเลิศ 51,863 ตารางเมตร) ใช้เวลาดำเนินการก่อสร้างนาน 5 ปี (2551-2555) มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 12,500 ล้านบาท (หนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยล้านบาท) ประกอบด้วย

 

งบประมาณการก่อสร้างอาคาร 6,500 ล้านบาท
งบประมาณแผ่นดิน (ผูกพัน) 4,000 ล้านบาท
สภากาชาดไทย 2,500 ล้านบาท
งบประมาณเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ 6,000 ล้านบาท
โดยอาคารนี้ประกอบด้วย

• อาคารรักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติ

29 ชั้นราชวงค์ (Royal Floor)
ส่วนหอ (Tower)
15 – 28 หอผู้ป่วย 
ชั้นสวน
14 พื้นที่บริการทั่วไปและส่วนบริการทางศาสนา (Spiritual Section)
ส่วนฐาน (Podium)
13 พื้นที่บริการกลางสำหรับบุคลากร ห้องบรรยาย และห้องอเนกประสงค์
12 พื้นที่บริการวิชาการ ห้องบรรยายและสัมมนา
11 พื้นที่ด้านวิชาการสำหรับแพทย์ประจำบ้านและนิสิตแพทย์
10 ศูนย์ส่องกล้อง (Scope Center)ศูนย์วินิจฉัยโรคระบบทางเดินหายใจศูนย์วินิจฉัยระบบทางเดินอาหาร

หอผู้ป่วยวิกฤติอายุรกรรม
9 ศูนย์บริการมารดาและทารก บริการครบวงจร นับตั้งแต่ปฏิสนธิในครรภ์มารดา จนถึงการคลอด การผ่าคลอด และการดูแลทารกแรกคลอด
- หน่วยคลอดและผ่าตัดคลอด
- หน่วยทารกแรกคลอดและหอผู้ป่วยวิกฤติทารกแรกคลอด (Neonatal Intensive Care Unit)
8 ศูนย์ผ่าตัด จักษุ / โสต - ศอ – นาสิก / สูติ – นรีเวช
7 ศูนย์ผ่าตัด หอผู้ป่วยวิกฤติศัลยกรรมประสาท
หอผู้ป่วยวิกฤติศัลยกรรมประสาท ศัลยกรรม 
6 ศูนย์ผ่าตัด
5 ศูนย์ผ่าตัด หอผู้ป่วยวิกฤติรวมด้านการผ่าตัด*
ศูนย์ผ่าตัดทั้ง 4 ชั้น (ชั้น 5 - 8) เชื่อมต่อกันในแนวดิ่ง เป็นศูนย์เดียวกัน

• ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์

ส่วนฐาน (Podium)
4 ศูนย์หัวใจ
เชื่อมต่อกับตึก สก ซึ่งมีหน่วยศัลยศาสตร์ทรวงอก ทำให้เป็นศูนย์บริการด้านโรคหัวใจที่ครบวงจร
- Invasive cardiac unit
- Non – Invasive cardiac unit
- หอผู้ป่วยวิกฤติด้านหัวใจ (CCU - ICCU
3 ศูนย์ปฏิบัติการกลาง (Central laboratory center)
ศูนย์รักษาผู้ป่วยไทรอยด์ด้วยสารรังสี
2 ศูนย์การวินิจฉัยด้วยภาพ (Imaging center)
M หน่วยบริการผู้ป่วยนอกเวลา (Extended OPD) พื้นที่บริการทั่วไปแก่ผู้รับบริการ
G ศูนย์บริการฉุกเฉิน ศูนย์อุบัติเหตุ พร้อมรับภาวะภัยพิบัติและอุบัติภัยหมู่
ส่วนใต้ดิน (Basement)
B1 คลังยา หน่วยจ่ายกลาง* ห้องควบคุมกลางงานระบบ* สำหรับระบบห้องผ่าตัด
B4 – B2 พื้นที่ห้องจอดรถ สำหรับผู้รับบริการ

รายละเอียดโครงการรายละเอียดโครงการ

http://www.chulalongkornhospital.go.th/ecc/pic/buding01.png" >1. ระยะเวลาการก่อสร้าง

• การก่อสร้างอาคาร 4 มีนาคม 2552 – 8 ตุลาคม 2556 รวม 55 เดือน 4 วัน 
• การตกแต่งภายใน 1 มิถุนายน 2555 – 30 พฤศจิกายน 2557 รวม 30 เดือน 
• การติดตั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ 1 พฤศจิกายน 2555 – 30 พฤศจิกายน 2557 รวม 25 เดือน

รวมระยะเวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 69 เดือน
 

2. ตำแหน่งของอาคาร

ขอบเขตพื้นที่ของอาคารเดิม 14 อาคาร

กลุ่มที่ 1 (เริ่มรื้อถอนเดือนที่ 1 : มีนาคม 52 และเดือนที่ 5 : กรกฎาคม 52 )

- หอพักเจ้าคุณทหาร, หอพักสลากกินแบ่งรัฐบาล, หอพักบริษัทไฟฟ้า, หอพักคุ้ยบุ้นจุ้ยว่อง, ตึกชูสร้อยปิ่นสมศรี
- ตึกสันติวัน-จิรประวัติ-สิงห์ สิงหเสนี, ตึกสุกรี-สุภา โพธิรัตนังกูร, ตึกพานิชภักดี

กลุ่มที่ 2 (เริ่มรื้อถอนเดือนที่ 15 : พฤษภาคม 53)

- หอพักจุฬาลัย

กลุ่มที่ 3 (เริ่มรื้อถอนเดือนที่ 49 : มีนาคม 56 และเดือนที่ 54 : สิงหาคม 56)

- ตึกอายุรศาสตร์, ตึกประสิทธิ์-ตุ๊ พร้อมพันธ์
- ตึกกสิกรไทย, ตึกวชิรญาณ-สามัคคีพยาบาร, ตึกอบรมวิชาการ

3. รายละเอียดลักษณะของอาคาร

• อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 อาคาร เชื่อมต่อกัน สูง 29 ชั้น ชั้นใต้ดิน 4 ชั้น
มีทางเชื่อมกับอาคาร สก. ที่ชั้น 4 ถึงชั้น 7
http://www.chulalongkornhospital.go.th/ecc/pic/buding02.png" >
• พื้นที่อาคารรวม 210,804 ตารางเมตร 
• ลิฟต์ ทั้งหมด 45 ชุด : ชั้นใต้ดิน B4 ถึงชั้น 1 จำนวน 3 ชุด

ชั้นใต้ดิน B3 ถึงชั้น 29 จำนวน 4 ชุด
ชั้นใต้ดิน B1 ถึงชั้น 29 จำนวน 10 ชุด
ชั้นใต้ดิน B1 ถึงชั้น M จำนวน 1 ชุด
ชั้น 1 ถึงชั้น M จำนวน 1 ชุด
ชั้น 1 ถึงชั้น 29 จำนวน 9 ชุด
ชั้น 1 ถึงชั้น 14 จำนวน 8 ชุด
ชั้น 1 ถึงชั้น 13 จำนวน 6 ชุด
ชั้น 5 ถึงชั้น 8 จำนวน 3 ชุด

4. รายละเอียดการใช้งานอาคารแต่ละชั้น

  • Ø ชั้นใต้ดิน B4 พื้นที่จอดรถยนต์
    - จอดรถได้ 155 คัน, ถังเก็บน้ำใต้ดิน, ห้องเครื่องระบบแก๊ส และห้องเก็บของ
     
  • Ø ชั้นใต้ดิน B3 พื้นที่จอดรถยนต์
    - จอดรถได้ 155 คัน, ห้องเครื่องระบบปรับอากาศและห้องเก็บของ
     
  • Ø ชั้นใต้ดิน B2 พื้นที่จอดรถยนต์http://www.chulalongkornhospital.go.th/ecc/pic/buding03.png" >- จอดรถได้ 120 คัน, และห้องเก็บของ
     
  • Ø ชั้นใต้ดิน B1 แผนกเภสัชกรรม
    - เป็นที่จอดรถส่งของ 12 คัน, คลังยา, ห้องจัดยาผู้ป่วยใน, แผนก CSSD, 
    - ห้องซ่อมบำรุง, ห้อง PABX-สื่อสาร, ห้องควบคุม BAS-SECURITY และห้องเครื่องระบบไฟฟ้า-เครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง
    อาคารรักษาพยาบาลรวม
     
  • Ø ชั้น G : ศูนย์อุบัติเหตุ และพื้นที่ส่วนกลาง
    - โถงทางเข้ามี 2 ด้าน คือ ถนนราชดำริ และถนนภายใน รพ. 
    - ศูนย์อุบัติเหตุ ประกอบด้วย ศูนย์อุบัติเหตุ (TRAUMA) และศูนย์บริการฉุกเฉิน (NON-TRAUMA)
     
  • Ø ชั้น M : OBSERVATION WARD (ห้องติดตามอาการ) และคลินิกนอกเวลา (Extended OPD) 
    - แผนกตรวจสอบสิทธิ
    - ห้องจ่ายยาและการเงินพร้อมโถงพักรอ
    - ห้องการเงินผู้ป่วยในพร้อมโถงพักรอ
    - ห้องอาหาร
     
  • Ø ชั้น 2 : ศูนย์วินิจฉัยด้วยภาพ (Diagnostic imaging Center)
    - เอกซเรย์ (X-RAY) 9 ห้อง
    - เอกซเรย์คอมพิวเตอร์และคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (CT-MRI) 7 ห้อง
    - เวชศาสตร์นิวเคลียร์ 13 ห้อง (SPEC,CT,PET,BONE DENSITY, และ ULTRASOUND) 
     
  • Ø ชั้น 3 : ธนาคารเลือด, ปฏิบัติการจุลชีววิทยา ฯลฯ
    - เวชศาสตร์นิวเคลียร์
    - ธนาคารเลือด (BLOOD BANK)
    - ส่วนปฏิบัติการจุลชีววิทยา, ส่วนปฏิบัติการเวชศาสตร์ชันสูตร
    - ส่วนปฏิบัติการปรสิต
     
  • Ø ชั้น 4 : ศูนย์โรคหัวใจ (CARDIAC CENTER) http://www.chulalongkornhospital.go.th/ecc/pic/buding04.png" >CATH LAB UNIT และ NON-INVASIVE UNIT
    - ศูนย์โรคหัวใจ มีห้อง CATH LAB (สวนหัวใจ) , ห้องรอ-พักฟื้น , ห้องตรวจ 
    - NON-INVASIVE UNIT มีห้องวิ่งสายพานตรวจคลื่นหัวใจ (EXERCISE STRESS TEST), ห้องสังเกตอาการ, ห้องตรวจ , ห้อง HOLTER MONITORING (ห้องตรวจติดตามการเต้นของหัวใจ), ห้องตรวจคลื่นหัวใจ (ECG), ห้องตรวจเส้นเลือด (ABI) 
    - ห้องผู้ป่วยโรคหัวใจ มี I CCU (ห้องกึ่งวิกฤตโรคหัวใจ), CCU (ห้องวิกฤตโรคหัวใจ) 
     
  • Ø ชั้น 5 : ศูนย์ผ่าตัด (OPERATION CENTER)
    - ห้องผ่าตัดขนาดกลาง (6x8 ม.) 6 ห้อง, ห้องผ่าตัดขนาดใหญ่ (8x8 ม.) 4 ห้อง
    - ห้องพักฟื้น 
    - SURGICAL ICU 1 (หอผู้ป่วยหนักทางศัลยกรรม) 
     
  • Ø ชั้น 6 : ศูนย์ผ่าตัด (OPERATION CENTER)
    - ห้องผ่าตัดขนาดกลาง (6x8 ม.) 9 ห้อง, ห้องผ่าตัดขนาดใหญ่ (8x8 ม.) 7 ห้อง
    - ห้องอาหาร
     
  • Ø ชั้น 7 : ศูนย์ผ่าตัด (OPERATION CENTER)
    - ห้องผ่าตัดขนาดกลาง (6x8 ม.) 1 ห้อง, ห้องผ่าตัดขนาดใหญ่ (8x8 ม.) 3 ห้อง
    - ห้องผ่าตัดขนาดใหญ่พิเศษ (8x12 ม.) 2 ห้อง
    - INTERVENTION CENTER (ห้องผ่าตัดหัตถการทางรังสี)
    - INTERVENTION UNIT 5 ห้อง
    - SURGICAL ICU 2 
     

Ø ชั้น 8 : ศูนย์ผ่าตัด 
- ห้องผ่าตัดขนาดกลาง (6x8 ม.) (ศูนย์ผ่าตัด) 13 ห้อง
- ห้องผ่าตัดขนาดเล็ก (6x6 ม.) (ศูนย์ผ่าตัด) 30 ห้อง
- ห้องผ่าตัดติดเชื้อกลาง (6x8 ม.) 1 ห้อง
- ห้องขูดมดลูก 1 ห้อง, DAYCARE UNIT (ห้องดูแลผู้ป่วยช่วงกลางวัน)

  • Ø ชั้น 9 : แผนกคลอด (ห้องคลอด) 
    - ห้องคลอดประกอบด้วย ห้องรอคลอด-หลังคลอดรวม, ห้องคลอดรวม, ห้องคลอดพิเศษ, ห้องคลอดติดเชื้อ, ห้องคลอดภาวะแทรกซ้อน และห้องตรวจ, ห้องเตรียมคนไข้ 
    - ห้องผ่าตัดคลอด ประกอบด้วย ห้องผ่าตัดขนาดกลาง 3 ห้อง และห้องพักฟื้น 
    - แผนกทารกแรกเกิด ประกอบด้วย ห้อง NICU (ทารกแรกเกิดวิกฤต), SPECIAL CARE (ดูแลทารกแรกเกิด), PHOTOTHERAPY (ห้องให้การรักษาตรวจตัวเหลือง), ห้องสังเกตอาการ 
     
  • Ø ชั้น 10 : ศูนย์ส่องกล้องทางเดินอาหาร และศูนย์โรคระบบหายใจ http://www.chulalongkornhospital.go.th/ecc/pic/buding05.png" >- ศูนย์ส่องกล้องและทางเดินอาหาร ประกอบด้วย ห้องส่องกล้องทางเดินอาหาร (ENDOSCOPY) 7 ห้อง, ห้องเจาะตับ 1 ห้อง, ห้องหัตถการผ่านกล้อง (INTERVENTION ENDOSCOPY-ERCP, DBE) 3 ห้อง, ห้อง MOTILILY STUDY (ห้องตรวจการเคลื่อนไหวระบบทางเดินอาหาร) 2 ห้อง, ห้องพักฟื้น, ห้องเตรียมก่อนตรวจ (PREMEDICATION) และห้องตรวจ
    - ศูนย์โรคระบบหายใจ ประกอบด้วย ห้องตรวจสมรรถภาพปอด (LUNG FUNCTION), ห้องหัตถการ, ห้องตรวจ, ห้องส่องกล้องทางเดินหายใจ (BRONCOSCOPY) 
    - MED. ICU (หอผู้ป่วยหนักทางอายุรกรรม) ประกอบด้วย ห้องแยก, ห้องแยกติดเชื้อ 
     
  • Ø ชั้น 11 : ห้องพักแพทย์เวร 
    - ห้องพักแพทย์เวร ประกอบด้วย ห้องนอนเวร, ศูนย์การเรียนรู้, ส่วนกิจกรรมนักศึกษา และสำนักงานวิสัญญีแพทย์
     
  • Ø ชั้น 12-13 : ห้องเรียน-ห้องประชุม 
    - ห้องเรียน 15 คน 4 ห้อง, ห้องเรียน 30 คน 2 ห้อง
    - ห้องเรียน 60 คน 8 ห้อง, ห้องเรียน 100 คน 1 ห้อง
    - ห้องเรียน 120 คน 2 ห้อง, ห้องเรียน 200 คน 2 ห้อง
    - ห้องประชุม Auditorium 1 ห้อง, ห้องประชุม 32 คน 2 ห้อง
    - ห้องประชุมทางไกล 1 ห้อง
    - ห้องเอนกประสงค์ 1 1 ห้อง, ห้องเอนกประสงค์ 2 1 ห้อง
    - ห้องอาหารเจ้าหน้าที่ 1 ห้อง
     
  • ชั้น 14 : ศาสนา
    - ห้องศาสนาพุทธ 1 ห้อง, ห้องศาสนาฮินดู 1 ห้อง
    - ห้องศาสนาคริสต์ 1 ห้อง, ห้องศาสนาอิสลาม 1ห้อง
    - พื้นที่จัดสวน 1 ห้อง, ห้องอาหาร 1 ห้อง, ห้องอาหารคนไข้ 1 ห้อง
    - สำนักงานแพทย์ 1 ห้อง
     

Ø ชั้น 15 : สำนักงานแพทย์, หอผู้ป่วยหู-คอ-จมูก และหอผู้ป่วยตา http://www.chulalongkornhospital.go.th/ecc/pic/buding06.png" >
Ø ชั้น 16 : หอผู้ป่วยศัลกรรมชาย หอผู้ป่วยอุบัติเหตุ และหอผู้ป่วยศัลกรรมประสาท
Ø ชั้นที่ 17 : Single Ward (GYN. Ward), OB Ward 1 และ OB Ward 2 
Ø ชั้นที่ 18 : Stroke Center, Single Ward (Neuro และ Shared Ward)
Ø ชั้นที่ 19 : Single Ward (Ortho & M-Med) และ Single Ward-Surg (Short Term)
Ø ชั้นที่ 20 : Single Ward (Hemato-Onco) และ Immuno-Compromised Ward
Ø ชั้นที่ 21 : Single Ward (Ortho)
Ø ชั้นที่ 22 : Single Ward & Nursery (OB) และ Single Ward (OB)
Ø ชั้นที่ 23 : Single Ward (GYN)
Ø ชั้นที่ 24 : Single Ward (Surge) และ Twin Ward (Surge)
Ø ชั้นที่ 25 : Single Ward (Surge)
Ø ชั้นที่ 26 : Single Ward (MED) และ Twin Ward (MED)
Ø ชั้นที่ 27 : Single Ward (MED)
Ø ชั้นที่ 28 : VIP Ward และ Shared Ward
Ø ชั้นที่ 29 : ที่ประทับส่วนพระองค์
Ø ชั้นหลังคา : เป็นห้องเครื่องลิฟต์, ถังเก็บน้ำ และลานจอดเฮลิคอบเตอร์

แผนดำเนินการก่อสร้าง

26

• แผนการดำเนินการก่อสร้าง จนถึง ปี 2553
- งานก่อสร้างโครงสร้างของอาคาร คาดว่าจะเสร็จ เนื้องาน เสาเข็ม, ฐานรากของอาคาร, โครงสร้างพื้นชั้นใต้ดิน 4 จนถึง ชั้นใต้ดิน 2


 แผนการดำเนินการก่อสร้าง จนถึง ปี 2554
- อาคารรักษาพยาบาลรวม งานก่อสร้างโครงสร้างของอาคาร คาดว่าจะเสร็จเนื้องาน โครงสร้างพื้นถึง ชั้น 5, งานสถาปัตยกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกถึงชั้นใต้ดิน 1
- อาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ งานก่อสร้างโครงสร้าง ของอาคาร คาดว่าจะเสร็จ เนื้องาน โครงสร้างพื้นถึง ชั้น 9 งานสถาปัตยกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกถึงชั้น 2


• แผนงานดำเนินการอื่นๆ 
- งานก่อสร้างโครงสร้างอาคารทั้งหมด คาดว่าระเสร็จทั้งหมด ภายใน เดือน กุมภาพันธ์ 2556