เมื่อวันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2555 เวลา 14.00 น. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดการแถลงข่าว “ ผลสำเร็จ!!การคิดค้นอุปกรณ์ปิดรูรั่วที่ผนังหัวใจห้องล่าง” นวัตกรรมใหม่ของศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในพัฒนาการอุปกรณ์ชิ้นใหม่สำหรับปิดรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่างผ่านทางสายสวนหัวใจ ทั้งในผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ แทนการผ่าตัดหัวใจ โดยมี รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดี คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เป็นประธานในการแถลงข่าว ณ ห้อง VIP ตึก สก ชั้น 10 โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย
ทั้งนี้ การแถลงข่าวอุปกรณ์ชิ้นใหม่สำหรับปิดรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่าง มีรายละเอียดพอสรุปได้ ดังนี้ รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ใช้อุปกรณ์ปิดรูรั่วในการรักษาโรคหัวใจโดยไม่ต้องผ่าตัด นับว่าเป็นผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงพยาบาลและคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เป็นอย่างมาก ล่าสุดนี้ทางศูนย์โรคหัวใจได้คิดค้นและพัฒนาอุปกรณ์ปิดรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่างชนิดใหม่ขึ้น เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่างทั้งในผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่ สามารถทำการปิดรูรั่วแทนการผ่าตัดได้สำเร็จอีกเช่นเดียวกัน โดยความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการทำงานเป็นทีมของคณะแพทย์โรคหัวใจ ในการนำอุปกรณ์ ที่ได้คิดค้นและพัฒนาขึ้นมาใหม่มาใช้ในการรักษาผู้ป่วยแทนการผ่าตัด ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้เร็วมากขึ้นกว่าการผ่าตัด และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทั้งนี้รพ.จุฬาลงกรณ์ได้คิดค้นพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดรับกับวิสัยทัศน์ “โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นเสาหลักด้านสุขภาพของประเทศและสถาบันชั้นนำในระดับนานาชาติ” พร้อมให้บริการผู้ป่วยที่มีภาวะโรคซับซ้อนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ร่วมกับการดูแลอย่างครบวงจรของโรงพยาบาล รศ.นพ.พรเทพ เลิศทรัพย์เจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจเด็ก กล่าวถึงอุปกรณ์ปิดรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่างชนิดใหม่นี้ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวความคิดเดียวกับอุปกรณ์ชนิดอื่นที่ใช้สำหรับปิดรูรั่วในตำแหน่งต่างๆ ของหัวใจและหลอดเลือด โดยเป็นการนำลวดนิทินอล (nitinol) มาสานและขึ้นรูปเป็นอุปกรณ์ นิทินอลเป็นโลหะผสมระหว่างนิเกิลและไททาเนียม โลหะผสมนี้มีคุณสมบัติพิเศษคือมีความยืดหยุ่นสูง และขดลวดนิทินอลจะคืนรูปเป็นรูปร่างเดิมที่ได้จัดทำไว้เพื่อทำหน้าที่ปิดรูรั่ว อุปกรณ์ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ให้ผลในการปิดรูรั่วได้ดี แต่มีข้อเสียคือ พบภาวะหัวใจขัด (heart block) ในอัตราที่สูงคือ 2-4 % เมื่อเทียบกับการผ่าตัดซึ่งพบประมาณ 1% ทั้งนี้อาจอธิบายได้จากการที่แกนกลางของอุปกรณ์ยืดขยายไปกดบนเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆ รูรั่ว ซึ่งในเนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวมีทางผ่านของกระแสประสาทที่ควบคุมการเต้นของหัวใจรวมอยู่ด้วย ทำให้เกิดการตัดขาดของกระแสประสาทที่เชื่อมโยงการเต้นของหัวใจห้องบนและห้องล่าง เป็นผลให้หัวใจห้องล่างไม่เต้นตามหัวใจห้องบน เกิดภาวะหัวใจขัดซึ่งจำเป็นต้องรักษาโดยการใส่เครื่องกระตุ้นการเต้นของหัวใจ (pacemaker) หรืออาจเกิดจากการที่นิเกิลซึ่งเป็นส่วนผสมของนิทินอลทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ ทำให้เกิดการอักเสบต่อเนื้อเยื่อ ซึ่งรวมทั้งบริเวณที่เป็นทางผ่านของกระแสประสาทด้วย เมื่อเป็นเช่นนั้น คณะแพทย์โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์จึงได้คิดอุปกรณ์ชิ้นใหม่ ที่สามารถปิดรูรั่วได้ดีและได้เปลี่ยนโครงสร้างของแกนกลาง ทำให้เกิดแรงกดบนเนื้อเยื่อรอบข้างน้อยที่สุด อีกทั้งยังเคลือบผิวของนิทินอลด้วยทองคำขาวเพื่อป้องกันไม่ให้นิเกิลทำปฏิกิริยากับเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ยังได้ออกแบบรูปร่างของอุปกรณ์เป็น 3 แบบ เพื่อให้สอดคล้องกับลักษณะที่แตกต่างกันไปในรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่าง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถปิดรูรั่วได้ดี ไม่มีการเลื่อนหลุดของอุปกรณ์ภายหลังการใส่ และลดการเกิดภาวะหัวใจขัด ซึ่งอุปกรณ์ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่นี้ได้ผ่านการทดลองใช้ปิดรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่างในสัตว์ทดลองมาแล้ว พบว่าได้ผลดี ศูนย์โรคหัวใจฯ ได้ใช้อุปกรณ์ชนิดใหม่นี้ในการรักษาผู้ป่วยที่มีรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่างทั้งในผู้ป่วยเด็กและผู้ใหญ่แล้วเป็นจำนวน 16 ราย สามารถทำการปิดรูรั่วได้สำเร็จจำนวน 14 ราย มีผู้ป่วย 4 รายที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดหัวใจเพื่อปิดรูรั่ว จากการติดตามผู้ป่วยภายหลังการใส่อุปกรณ์ พบว่าผู้ป่วยทุกรายมีอาการดีขึ้น และไม่พบภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงจากการใส่อุปกรณ์ รศ.นพ.สุพจน์ ศรีมหาโชตะ กล่าวว่า นอกจากการรักษาผู้ป่วยที่มีผนังกั้นหัวใจพิการแต่กำเนิดแล้ว ในผู้ใหญ่ที่ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดเลี้ยงกล้ามเนี้อหัวใจอุดตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย ซึ่งในบางรายกล้ามเนื้อบริเวณผนังกั้นหัวใจห้องล่างมีการเปื่อยยุ่ยและทะลุ เกิดเป็นรูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องล่าง ทำให้หัวใจห้องล่างซ้ายต้องทำงานหนักขึ้นกว่าเดิมและเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว การรักษาที่เป็นมาตรฐานคือการผ่าตัดเย็บปิดรูรั่ว แต่เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเสี่ยงงต่อการผ่าตัดสูงมาก การรักษาด้วยการใช้อุปกรณ์ปิดผนังกั้นหัวใจที่รั่วนี้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ศูนย์โรคหัวใจได้ทำการรักษาผู้ป่วยรายแรกที่มีอาการหอบเหนื่อยและมีภาวะหัวใจล้มเหลวจากโรคดังกล่าวด้วยอุปกรณ์ชนิดใหม่นี้เมื่อหนึ่งปีกว่าที่ผ่านมา ภายหลังการปิดรูรั่วด้วยอุปกรณ์ พบว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยยังจำเป็นต้องได้รับยารักษาโรคหัวใจอย่างต่อเนื่องและป้องกันปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เช่นควบคุมไขมันในเลือด หยุดการสูบบุหรี่ รักษาความดันโลหิตสูงและเบาหวาน เพื่อป้องกันการตีบซ้ำของหลอดเลือดหัวใจ
ผศ.พญ.สมนพร บุณยะรัตเวช กล่าวว่า ขั้นตอนของการปิดรูรั่วด้วยอุปกรณ์ดังกล่าว ต้องมีการประเมินขนาดและตำแหน่งของรูรั่วว่าเหมาะสมที่จะปิดด้วยอุปกรณ์หรือไม่ ซึ่งผู้ป่วยจะได้รับการตรวจประเมินโดยใช้คลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ หรือ Echo ทั้งแบบผ่านผนังทรวงอกและบางรายอาจต้องกลืนสายเพื่อตรวจผ่านหลอดอาหาร เพื่อให้เห็นรายละเอียดชัดเจนขึ้น การทำงานประสานกันของทีมผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งพัฒนาการเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่นการใช้คลื่นเสียงสะท้อนหัวใจสามมิติในการตรวจแสดงภาพ เป็นผลให้สามารถเลือกวิธี ชนิด และอุปกรณ์ที่เหมาะสม ในขณะปิดรูรั่ว แพทย์จะใช้ข้อมูลจากการสวนหัวใจร่วมกับข้อมูลจาก Echo ในการวางตำแหน่งอุปกรณ์ และประเมินผลการปิดรูรั่ว ส่วนการติดตามผลในระยะยาว ซึ่งมีความสำคัญมาก นอกจากการตรวจพื้นฐานแล้ว แพทย์จะตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจเป็นระยะ เนื่องจากสามารถให้ข้อมูลได้ดี ไม่มีรังสี สามารถตรวจซ้ำได้โดยไม่เป็นอันตราย และค่าใช้จ่ายไม่สูงมาก