|
รางวัลนักวิจัยที่มีผลงานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงสูงสุด “ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ” |
|
|
|
|
ผลงานวิจัย : ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ
รศ.นพ.วีรพันธุ์ โขวิฑูรกิจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้รับรางวัลนักวิจัยที่มีผลงานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงสูงสุด สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ประจำปี ๒๕๕๔ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีผลงานในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่ได้รับการอ้างอิงภายในระยะเวลา ๑๐ ปีย้อนหลังถึงปัจจุบันทั้งสิ้นมากกว่า ๕๐๐ ครั้ง เฉลี่ยมีการอ้างอิง ๒๖ ครั้งต่อการตีพิมพ์ ๑ ครั้ง
" ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ " เป็นภาวะที่พบมากในประชากรไทยในปัจจุบัน ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะดังกล่าวมีหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การขาดการออกกำลังกาย ฯลฯ ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้หลอดเลือดแดงตีบแข็ง ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดโรคหลายโรค เช่น โรคสมองขาดเลือดทำให้เป็นอัมพาตและอัมพฤกษ์ โรคหัวใจขาดเลือดซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตอย่างฉับพลันได้ ฯลฯ
รศ.นพ.วีรพันธุ์ โขวิฑูรกิจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งได้รับรางวัลนักวิจัยที่มีผลงานวิจัยที่ได้รับการอ้างอิงสูงสุด สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพ ประจำปี ๒๕๕๔ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีผลงานในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่ได้รับการอ้างอิงภายในระยะเวลา ๑๐ ปีย้อนหลังถึงปัจจุบันทั้งสิ้นมากกว่า ๕๐๐ ครั้ง เฉลี่ยมีการอ้างอิง ๒๖ ครั้งต่อการตีพิมพ์ ๑ ครั้ง กล่าวถึงไขมันในเลือดว่า มี ๓ ชนิดที่มีความสำคัญ ได้แก่ ไตรกลีเซอไรด์ เป็นแหล่งพลังงานในร่างกาย พบมากในเนื้อเยื่อไขมัน คนอ้วนซึ่งมีเนื้อเยื่อไขมันเยอะก็จะมีไตรกลีเซอไรด์สะสมมากตามไปด้วย คอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) อยู่ทั้งในกระแสเลือดและเซลล์ เซลล์ปกติจำเป็นต้องใช้คอเลสเตอรอลเพื่อสร้างผนังเซลล์ อวัยวะบางส่วน เช่น ต่อมหมวกไต ต่อมเพศ จำเป็นต้องใช้คอเลสเตอรอลเพื่อสร้างฮอร์โมน แต่หากมีสูงเกินไป LDL จะไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือดและทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมา และคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ทำหน้าที่ลำเลียงไขมันส่วนเกินตามผนังเส้นเลือดมากำจัดทิ้ง
ปัจจัยที่ทำให้มีไขมันในเลือดสูง ได้แก่ ปัจจัยภายนอก การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูงและอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง เช่น เครื่องใน ไข่แดง ฯลฯ จะทำให้ไขมันในเลือดสูงขึ้น การรับประทานอาหารทอดและอาหารมันๆ จะทำให้ไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น และปัจจัยภายใน โดยปกติร่างกายจะมีสมดุลที่จะรักษาและควบคุมให้ไขมันในเลือดเป็นปกติ แต่หากมีความผิดปกติในกระบวนการสร้างหรือสลายไขมันก็ทำให้ระดับไขมันเหล่า นี้เกิดความผิดปกติได้ โดยเฉพาะในผู้สูงวัยที่มีความเสื่อมของร่างกายก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้น
ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติที่พบได้ทั่วไปมี ๓ สาเหตุหลักคือ มีไตรกลีเซอไรด์สูงเกิน ๒๐๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป มีคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีสูงเกิน ๒๐๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป และมีคอเลสเตอรอลชนิดดีต่ำเกินไป จากการศึกษาในประชากรไทยพบว่า ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติจาก ๓ สาเหตุดังกล่าวมีจำนวนใกล้เคียงกันคือมีประมาณร้อยละ ๒๐ – ๓๐ โดยพบผู้ที่มีระดับ LDL สูงเกินไปในเขตเมืองมากกว่าในชนบท และพบผู้ที่มีระดับ HDL ต่ำเกินไปในเพศชายมากกว่าเพศหญิง โดยรวมพบภาวะไขมันในเลือดผิดปกติในคนไทยประมาณร้อยละ ๔๐ – ๕๐
รศ.นพ.วีรพันธุ์ กล่าวถึงผลงานวิจัยที่ผ่านมาว่า เป็นการศึกษาเกี่ยวกับไขมันในเลือดและปัจจัยทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การควบคุมไขมันในเลือดในคนไทยเป็นหลัก โดยเริ่มศึกษาจากคอเลสเตอรอลชนิดดี พบว่าคนไทยจำนวนหนึ่งมีระดับ HDL สูงกว่าปกติคือสูง ๑๐๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรขึ้นไป ซึ่งพบได้ไม่บ่อยในชาวต่างประเทศยกเว้นคนญี่ปุ่น และยังไม่ค่อยมีการศึกษาถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้ในคนไทย จึงได้รวมรวบคนไทยที่มีระดับ HDL สูงกว่าปกติและทำการศึกษาวิจัยในส่วนของพันธุกรรม พบว่าประมาณ ๑ ใน ๓ มีความผิดปกติของยีนบางตัวซึ่งทำหน้าที่สร้างโปรตีนที่ควบคุมการทำงานของ HDL ในร่างกาย โดยปัจจัยความสูงต่ำของระดับ HDL ประมาณครึ่งหนึ่งขึ้นอยู่กับพันธุกรรม อีกครึ่งเป็นปัจจัยภายนอกคือโรคบางโรค ยาบางชนิด การออกกำลังกายหักโหมหนักๆ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากๆ ฯลฯ
ในการศึกษาขั้นต่อไปจะทำการทดลองเชิงลึกลงไปใน ระดับเซลล์ และจะศึกษากลุ่มตัวอย่าง ๒ ใน ๓ ที่ไม่พบความผิดปกติของยีนว่าเกิดจากสาเหตุใด คาดว่าเมื่อมีความรู้เรื่องพันธุกรรมและกระบวนการควบคุมระดับไขมันในเลือด มากขึ้น ก็จะทราบว่าโปรตีนตัวไหนเป็นตัวควบคุม และหากสามารถปรับเปลี่ยนการทำงานของโปรตีนเหล่านี้ได้ก็น่าจะปรับระดับไขมัน ให้สูงขึ้นหรือลดลงได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากทางการรักษาต่อไป นอกจากนี้ในอนาคตยังมีแผนการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับไขมันชนิดอื่น เช่น ศึกษาผู้ที่มีภาวะไตรกลีเซอไลด์สูงมากกว่า ๑,๐๐๐ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรหรือมีภาวะคอเลสเตอรอลสูงมากๆ เป็นต้น
สำหรับผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ รศ.นพ.วีรพันธุ์ ได้ให้คำแนะนำว่า ไม่ควรหวังพึ่งยาเพียงอย่างเดียว แม้สาเหตุส่วนหนึ่งอาจเกิดจากพันธุกรรม แต่อีกส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยภายนอก การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ควบคุมน้ำหนัก ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ฯลฯ จะช่วยให้ความผิดปกติของระดับไขมันในเลือดดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจจะได้ผลดีมากกว่าการใช้ยาด้วยซ้ำ รวมทั้งยังส่งผลช่วยป้องกันการเกิดโรคอื่นๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ฯลฯ ได้อีกด้วย
http://www.chula.ac.th/cic/hotnews/index.htm
|